Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

#StartUp – 5 กลยุทธ์เด็ด GET สตาร์ทอัพที่ได้แรงหนุนจาก Go Jek พร้อมสู้ศึกเบียด Grab ในไทย
New post : 28.กุมภาพันธ์.2019

เดือด!! จริง ๆ สำหรับการเปิดตลาดเข้ามาร่วมทุนในเมืองไทยของโกเจ็ก (Go Jek) สตาร์ทอัพมาแรงจากประเทศอินโดนีเซีย มียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 108 ล้านครั้ง เหินฟ้ามาบุกตลาดเมืองไทย ภายใต้ชื่อ “เก็ท (GET)” กับสโลแกนที่ว่า “แอพเรียกรถ เดลิเวอรี่ ง่ายทุกไลฟ์สไตล์” พูดง่าย ๆ คือ บริการเรียกรถจักรยานยนต์ ‘เก็ทวิน’ และ ‘เก็ทเดลิเวอรี่’ รับส่งพัสดุนั้นเอง 

แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็เรียกเสียงฮือฮา สร้างความรู้จักได้พอสมควรเชียวล่ะ คงต้องใช้ประโยคว่า “ไม่พูดมากเจ็บคอ” สำหรับการบุกของเก็ทครั้งนี้ที่เน้นเปิดตลาดด้วยความ “ฟรี” ให้ทดลองใช้กันแบบเต็ม ๆ ไม่คิดเงิน !! หวังเอาใจคนรักของฟรีกันเต็มที่ เพื่อให้รู้จักแบรนด์และเจาะตลาดแบบตีแสก Grab ที่กำลังครองมาร์เก็ตแชร์ตอนนี้ เห็นว่า นำร่องส่งของฟรี รับส่งฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ชนิดที่คนกรุงเทพแทบจะไม่ทำงาน เพราะส่วนตัวผู้เขียนเองนั้นเห็นเพื่อน ๆ ชาวออฟฟิตทั้งหลายนั่งแพ็คของส่งให้เพื่อนเป็นมือระวิง (555+) เพื่อทดลองระบบก่อนเปิดตัว ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดู 5 กลยุทธ์เด็ดจาก GET สตาร์ทอัพกัน

1. GET พยายามทำให้แอปพลิเคชั่นเรียกรถถูกกฎหมาย 

เอาเป็นว่าเราวิเคราะห์แอปพลิเคชัน GET จากคำกล่าวของ ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้งเก็ท ระบุว่า “เก็ทมาพร้อมเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความตั้งใจจะใช้พี่วินที่ถูกกฎหมายสำหรับรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น ในส่วนของผู้บริโภคจะใช้บริการรถจักรยานยนต์วินได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น” 

เมื่อโกเจ็กเลือกเปลี่ยนไพ่ใหม่ให้บริการถูกกฎหมาย นี่กลายเป็นจุดที่มีความน่าสนใจและโดดเด่น แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาดนี้ เรียกได้ว่า สร้างความน่าสนใจและความดุเดือดได้เป็นอย่างมาก เพราะผู้ใช้งานจะมีตัวเลือกใหม่ที่สามารถใช้แพลตฟอร์มบริการแบบออนดีมานด์ (On Demand) ที่เพิ่มมากขึ้น ตรงตามเป้าหมายที่ นาดีม มาคาริม ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โกเจ็ก เชื่อมั่นว่า “เก็ทจะก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตคนกรุงเทพฯ ได้ในไม่ช้า” 

ในขณะที่ Grab ตอนนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถขับได้ ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่าง GET และ Grab ที่เห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าเราเองจะมีทางเลือกมากขึ้น แถมยังตัดสินการให้บริการเหล่านี้ได้ด้วย

2. GET รู้เส้นทางมากกว่า เพราะมีพี่วินมอไซค์เป็นกำลังหลัก

แม้ว่า Grab จะมาก่อนและมีพี่วินเป็นคนขับแบบประปราย ล่าสุด Grab ประเทศไทยถูกเซ็นทรัล กรุ๊ป ซื้อหุ้นด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ! แต่ถ้าเหลียวมองผู้เล่นน้องใหม่อย่าง GET ที่นำร่องด้วยการให้พี่วินมอไซค์เป็นสารถีนำทาง แน่นอนว่า GET จะทรงพลังด้วยความแม่นของเส้นทางจะไม่เป็นสองรองใครแน่ ๆ เพราะเชี่ยวชาญแม่นยำ รู้เส้นทางจริง เอาเป็นว่าผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลว่าจะเจอผู้ขับขี่ที่หลงเส้นทาง พาให้เสียเวลาอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับ GET เพราะเลือกใช้ตัวจริงที่รู้ทางมาเป็นหมัดเด็ด จุดแข็งจุดขายเลยค่ะ

3. GET มีเวอร์ชั่นให้ทดลองใช้ฟรี ๆ 

ขณะที่ Grab แจกโค้ดชวนคนใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เพิ่งใช้งานใหม่ด้วยโค้ดลดที่สลับสับเปลี่ยนอยู่เนื่อง ๆ แต่ GET ในช่วงเดือนมกราคม 2019 ดำเนินการบนเป้าหมายที่ต้องการเอาใจคนกรุงฯ เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นแบบที่นาดีมตั้งเป้าไว้ เก็ทได้ทำการขยายพื้นที่ให้บริการ (ทดลอง) ครอบคลุม 14 เขต ได้แก่ จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, สาทร, บางรัก, คลองเตย, ยานนาวา, บางกะปิ, ราชเทวี, ปทุมวัน, พญาไท, บึงกุ่ม, บางคอแหลม และราษร์บูรณะ

เห็นได้ว่า กลยุทธ์การตลาดให้ทดลองใช้ฟรีนี้ ทำให้ GET ค่อนข้างได้เปรียบกว่า เป็นการลงทุนที่ซื้อใจทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เก็ทมีเป้าหมายเอาใจลูกค้าคนไทยเป็นอย่างมาก แน่นอนว่า คนไทยมีตัวเลือกมากขึ้นจากเดิม แต่หลังจากเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวแล้ว เก็ทจะเป็นอย่างไรเราคงต้องตามลุ้นกันแบบหมัดต่อหมัด แต่ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบใจป๋าทุ่มไม่อั้นที่น่าสนใจจริง ๆ 

4. GET เข้าถึงมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ 

การพัฒนาแบบเจาะลึกเอาใจมนุษย์เงินเดือนที่ใช้บริการแอปพลิเคชั่นเรียกรถกลับบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว ด้วยบริการฟรี ๆ เอาเป็นว่า ถูกใจช่วยประหยัดเงินได้เป็นอย่างมากในช่วงสิ้นปีและต้นปีใหม่ราวกับเป็นของขวัญชิ้นโตที่มองให้ (ว่าที่) ลูกค้าประจำได้ทำความรู้จักเบื้องต้นแบบไม่ต้องทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้เสียเวลา และล่าสุดมีบริการ GET FOOD ให้สั่งอาหารส่งฟรีในระยะ 8 กิโลเมตร ขณะที่ Grab Food เน้นแจกโค้ด และส่งในระยะ 4 กิโลเมตรรอบ ๆ ตัวเท่านั้น เอาเป็นว่าไกลกว่าครึ่งเชียว

5. GET ปลอดภัยและไว้ใจได้

ทั้ง Grab และ GET เป็นแอปพลิเคชั่นที่มีความปลอดภัยเหมือนกัน แต่คงต้องเล่าถึงจุดเด่นของ GET มาทีหลังแต่กลยุทธ์ค่อนข้างแน่น ! ด้วยความง่ายที่ไม่ซับซ้อน แอปพลิเคชั่นเก็ทยังพ่วงมาด้วยความปลอดภัย เพราะเหล่ากองทัพนักขับหรือเก็ทสเตอร์ของ GET เป็นกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ และเก็ทยังมีเปิดอบรมพิเศษสำหรับเก็ทสเตอร์ก่อนขับจริงด้วย ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดีเชียว

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ GET ที่เริ่มจากให้บริการเรียกรถวินมอเตอร์ไซค์ และบริการรับส่งของ ก่อนจะขยายไปสู่บริการอื่น ๆ ซึ่งนับต่อจากนี้จะเป็นบริการอะไรต้องรอดู!! ว่าระหว่าง GET และ Grab อะไรจะครองใจคนได้มากกว่ากัน

___

แหล่งข้อมูล: techinasia.com

เรื่อง: Butter Cutter

Share :
Hilight

Advertising

Advertisement

WHAT 's TRENDING

SHARE

Contact Us

Call: +6680 552 5511

Email: info@bigmoneymag.com