Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

6 สิ่งที่บอกได้ว่า AI ไม่ได้เก่งกว่ามนุษย์ทุกเรื่อง
New post : 1.ตุลาคม.2019

เรามักจะเห็นข่าวคราวและบทความจากหลายสื่อตีพิมพ์ว่า “AI กำลังจะแย่งงานมนุษย์” หรือ “มนุษย์มีสิทธิตกงานเพราะ AI กำลังจะครองโลก” ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยพูดถึงเรื่องราว AI VS Human งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป? และให้เหตุผลเบื้องต้นว่า “เอาเข้าจริง ๆ ในสังเวียน AI VS Human มนุษย์ก็ต้องพัฒนาตัวเองควบคู่ด้วยให้มีความแตกต่างไม่มีใครเหมือน นี่กลับกลายโอกาสที่ทำให้มนุษย์อย่างเรา ๆ ต้องหันกลับพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ AI การพัฒนาองค์ความรู้สู่ยุคใหม่ เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดียิ่งกว่า” 

และเพื่อยืนยันชี้ชัดให้เข้าใจเลยว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไม่ได้เก่งกว่ามนุษย์ทุกเรื่อง ขอสรุปให้ฟังตามนี้

1. มนุษย์เข้าใจมนุษย์มากกว่า

เพราะ AI ถูกสร้างขึ้นมาให้เลียนแบบมนุษย์ หมายความว่า การเป็นมนุษย์ย่อมเข้าใจมนุษย์ด้วยกันเองมากกว่าระบบ AI อยู่แล้ว นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ชี้ชัดเลยว่า มนุษย์ได้เปรียบกว่า เพราะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทันที และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่าปัญญาประดิษฐ์ 

ดังนั้น ไอเดียหรือระบบความคิดต่าง ๆ หากเราหมั่นคิดแก้ปัญหา และวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้เสมอ ก็สามารถนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยพัฒนาให้มีผลิตภัณณ์หรือระบบดีๆเข้ามารองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ โดยที่เรายังคงถือไพ่เหนือกว่าเหล่า AI นั่นเอง

2. มนุษย์ทำงานแบบ Multitasking ได้ดีกว่า

ความฉลาดของมนุษย์เราที่โดดเด่นกว่าปัญญาประดิษฐ์อย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง (Multitasking) คือ การรับผิดชอบในหน้าที่การทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งระบบ AI ยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าคนเรา เพราะระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถทำงานได้ตามที่โปรแกรมที่พัฒนามาเท่านั้น ทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้าใครมีความสมารถหรือยังทำงานได้อย่างเดียว อย่าลืมว่า AI กำลังจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าคุณเข้าสักวันนะ

3. มนุษย์เรียนรู้จากประสบการณ์และตัดสินใจได้ทันที

ต้องยอมรับว่า ถึง AI จะฉลาดเป็นกรด แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างระบบ AI ขึ้น และมนุษย์เรายังมีความได้เปรียบกว่าเยอะมาก  เพราะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและมีทักษะในการดำเนินชีวิตที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น และทำให้ตัดสินใจในการทำงานได้เร็วกว่า AI ในบางเรื่อง แต่ต้องยอมรับว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถตัดสินใจงานซ้ำซากจำเจได้ดีกว่าคนเราอยู่นิดหน่อย ก็เอาเป็นว่านำสิ่งที่เราสั่งสมมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแล้วกัน

4. มนุษย์เคลื่อนไหวได้ดีกว่า AI 

จากข้อมูลเว็บไซต์รวบรวมหลักสูตร Data Science อย่าง EDUCBA ระบุว่า “Even the most advanced robots can hardly compete in mobility with 6 years old child.” แปลไทยสรุป ๆ ว่า “แม้แต่หุ่นยนต์ที่พัฒนาสูงสุดยังไม่สามารถแข่งขันทักษะการเคลื่อนไหวกับเด็กวัย 6 ขวบได้” ทักษะนี้จะเรียกว่าเป็นข้อได้เปรียบของคนก็ว่าได้ แน่นอนว่าเราควรรักษาและดูแลข้อนี้ไว้ให้ใช้งานได้ไปนาน ๆ เรารู้ว่าคุณรู้วิธีดูแลอยู่แล้ว จริงไหม ?

5. มนุษย์มีสังคมและรู้จักปรับตัว

จริงอยู่ที่ว่า AI สามารถทำงานได้รวดเร็ว วิเคราะห์ทุกอย่างได้อย่างปราศจากอคติ และที่สำคัญคือไม่ต้องหยุดพักทำงานได้ตลอด อย่าลืมว่าถึง AI จะเก่งกาจแค่ไหนหรือมี IQ สูงปริ๊ดเพียงใด แต่ ณ เวลานี้ AI ไม่มีความรู้สึก และไม่สามารถเข้าสังคมได้ เพราะเกิดมาเพื่อทำงาน ทำงาน และทำงานตามที่โปรแกรมสั่งไว้เท่านั้น ทว่าในอนาคตก็ไม่แน่นะคะ ระบบปัญญาประดิษฐ์อาจจะมีหัวใจและความรู้สึกเหมือนกับหนังดังไซไฟในอดีตอย่างเรื่องจักรกลอัจฉริยะ หรือ A.I. Artificial Intelligence ที่กำกับโดยสตีเวน สปีลเบิร์กก็ได้นะ

6. AI ยังมีขีดจำกัดด้านการตรวจเช็กความถูกถ้วน

อย่างที่รู้กันว่าระบบ AI มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง !!! ล่าสุด ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมาสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์รายงานว่า “ชักจะไปกันใหญ่! AI ถึงขั้นปลอมข่าวได้แล้ว” เรียกได้ว่า ปลอมอย่างแนบเนียนเสียด้วย เรื่องของเรื่องเกิดจากซอฟท์แวร์ GPT-2 ที่มีทักษะประมวลผลจากประโยคก่อนหน้านั้นให้เป็นประโยคใหม่ ซึ่งบิดเบือนจากความเป็นจริงไปอยู่มาก นี่จึงเป็นอีกข้อจำกัดของเจ้าปัญญาประดิษฐ์ในการตรวจเช็กความถูกต้องตามความจริง หากระบบอัจฉริยะนี้ตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีอาจจะมีงานเข้าได้

ดังนั้น ถึงแม้จะมีทักษะด้านการประมวลผลได้เร็วหรือไวกว่ามนุษย์ แต่ยังไงมนุษย์ก็ยังจำเป็นที่จะต้องกรองความถูกต้องให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นบางส่วนเกี่ยวกับการเทียบข้อดีของ Human Intelligence ที่ได้เปรียบกว่า AI ณ เวลานี้เท่านั้น และเราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตจะเป็นยังไง จะเป็นเหมือนคำกล่าวของอีลอน มักส์ที่พูดไว้ว่า “AI will be much smarter than the smartest human, and that puts human beings at a tremendous disadvantage.” แปลไทยว่า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ที่ฉลาดที่สุดและทำให้มนุษย์เราเสียเปรียบอย่างมากหรือไม่ ?

หรือจะเป็นจริงดั่งคำที่ สตีเฟน ฮอว์กิง เตือนว่า “AI อาจเป็นจุดจบของมวลมนุษยชาติ เตรียมหาโลกใหม่อีก 1,000 ปี ?!” แล้วคุณล่ะคิดเห็นอย่างไร กับประเด็นนี้ ? มาแชร์ความเห็นกันได้เช่นเคยนะคะ

___

ที่มา: educba.com, scmp.com, themomentum.co, posttoday.com
เรื่อง: Butter Cutter 

Share :
Hilight