Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

7 สิ่งที่ช่วยอัพเลเวล Creative ให้กับคนในทีมของคุณ
New post : 7.มิถุนายน.2019

เพราะความคิดสร้างสรรค์หรือความครีเอทีฟ (Creative) เป็นสกิลสำคัญในการทำงานยุคนี้สมัยนี้ โดยเฉพาะงานสายการตลาด ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรืองานที่ต้องการความแปลกใหม่แตกต่างเป็นพิเศษสกิลนี้เป็นอะไรที่สำคัญฝุด ๆ เพื่อตอกย้ำชัวร์ ๆ เลยว่า ความครีเอทีฟสร้างได้ไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์ มาดูคำแนะนำทั้ง 7 นี้โล้ดไว้สำหรับหัวหน้ามือใหม่ หรือหัวหน้ามืออาชีพเพื่อปรับใช้ในทีมงานของคุณค่ะ

1. จัดทริปเที่ยวนอกสถานที่ หรือทานอาหารกลางวันนอกออฟฟิศกันบ้าง

ความครีเอทีฟจะเกิดขึ้นได้เมื่อได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ พร้อมกับ Passion ของทีมงาน หากนั่งอยู่ในที่เดิม ๆ ห้องสี่เหลี่ยมแบบเดิม ย่อมมิได้ไอเดีย ดังนั้น การคุยงานในที่แตกต่างก็ช่วยสรรสร้างไอเดียได้เช่นกัน

ตัวอย่าง: พาไปทานข้าวนอกสถานที่ หรือพาทีมงานออกเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ชมงานศิลปะ พูดคุยกันในเรื่องแปลกใหม่ ร่วมเล่นเกม VR หรือกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง นอกเหนือจากร่วมงาน เชื่อว่า จะช่วยกระตุ้นความเป็นทีมได้ พร้อมกับเสริมความครีเอทีฟในการทำงานให้เป็นอย่างดี

2. ก่อนขอระดมสมองขอไอเดีย หัวหน้าทีมต้องให้โจทย์กับทีมงานก่อน

การทำงานสร้างสรรค์ ถ้าจะให้ดีต้องมีโจทย์ชัดเจน บรีฟชัด และอธิบายให้ทีมงานเข้าใจก่อนว่า เรากำลังจะทำอะไร เผื่อเวลาให้ทีมได้คิดก่อนที่จะมาระดมสมองในห้องประชุม คงไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอกค่ะ หากประชุมพร้อมกับไอเดียที่พลุ่งพล่านเกินพิกัด ประเด็นอันนี้ก็ดี อันนี้ก็เวิร์ค กลายเป็นว่า ไอเดียล้นห้อง! แต่ไม่แตกต่าง เพราะแต่ละคนไม่ได้กลั่นกรองกันมาก่อนนำเสนอในที่ประชุม ซึ่งส่งผลให้เปลืองเวลาประชุม บางครั้งคุยกันจนเหนื่อยก็ไม่ได้ประเด็นอีก หากเลือกเดินเส้นทางที่เอะอะหัวหน้าก็ไร้บรีฟ ไม่มีเวลาให้คิด ยิ่งบั่นทอนความครีเอทีฟของทีมไปเรื่อย ๆ ค่ะ ลดละเลิกเถอะนะคะ ไม่ใช่เรื่องน่ารักเลย

3. คุยกันบ้าง ฟังกันบ้าง แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

กลยุทธ์นี้ค่อนข้างสำคัญกว่าสิ่งใด เคยได้ยินประโยคที่ว่า อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ร่วมมิตรให้ระวังคำพูดเป็นบทความพุทธพจน์ใช้ได้กับทุกสถานการณ์จริงเชียว ความครีเอทีฟจะเกิดขึ้นได้จริงค่ะ เมื่อทุกคนลงไอเดียร่วมกันแบบที่ควรจะเป็นเพื่อประสบความสำเร็จบนเป้าหมายเดียวกัน ดังนั้น การพูดคุยด้วยเหตุผล ว่าทำไมต้องเป็นสิ่งนี้ แบบนี้น่าจะดีกว่า พูดคุยเรื่องดี ๆ มีประโยชน์กับงาน ย่อมช่วยให้เราได้ออกกำลังความคิดได้เป็นอย่างดีจ้า

4. พยายามไม่วางกรอบความคิด

ในฐานะหัวหน้าทีมคุณจะต้องไม่วางกรอบความคิดมากเกินไป ! แน่นอนค่ะว่าการวางกรอบที่อันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ได้ อันนี้ไม่โอเค แบบนั้นไม่ผ่าน ทีมงานของคุณคงไม่กล้าจะเล่างานครีเอทีฟของคุณชัวร์ป๊าบ!! คุณควรจะเปิดโอกาสให้ทีมได้พัฒนาความคิดที่น่าสนใจขึ้นมา ภายใต้กรอบเวลา และงบประมาณที่เหมาะสม เพราะบางทีความสำเร็จอาจจะไม่จำเป็นต้องเดินตามรูปแบบเดิม ๆ ก็ได้นะ

5. ทำงานยืดหยุ่นก็ช่วยได้เยอะ

“เวลา” เป็นเรื่องสำคัญค่ะ สำหรับการทำงานครีเอทีฟ คุณควรจะเผื่อเวลาให้ดี เผื่อให้ทีมสร้างสรรค์งาน แต่ไม่ควรปล่อยปะละเลยนะคะ ควรอัปเดทงานกันอยู่เสมอ ๆ หรือสอบถามความคืบหน้าบ้าง เพื่อปรับไอเดีย ควรมีโจทย์ให้ลองทำตามเป้าหมาย ลองดูค่ะ !

6. สร้างวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน

ความคิดสร้างสรรค์หากไม่ได้ใช้งานก็ไม่ต่างอะไรกับมีดที่ไม่เคยถูกลับคม ดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมให้ทีมงานมีความคิดใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่หัวหน้าทีมต้องผลักดัน เช่น นำหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพเรามาเปิดอ่าน หรือแชร์ข่าวสารใหม่ ๆ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจอื่น ๆ พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นใหม่รอบโลก เชื่อเถอะว่า วัฒนธรรมองค์กรที่มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ และมีแต่เรื่องดี ๆ ช่วยพัฒนาตัวเอง ทีมงานย่อมอยากอยู่ทำงานไปนาน ๆ

7. สนับสนุนทุกความคิด

กลยุทธ์นี้คุณจะต้องเสริมความมั่นใจให้กับทีมงานบ้าง หากทีมเสนออะไร ไม่ควรบอกปัดหรือปฏิเสธเสียหมดทุกเรื่องค่ะ หากอันไหนเวิร์คพอที่จะเพิ่มเติมก็แนะนำให้เพิ่มเติมพัฒนาต่อ ส่วนหนึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับน้อง ๆ ในทีมได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ หรือหากไอเดียฟุ้งเกินและไม่เวิร์คสำหรับองค์กรก็ควรให้คำแนะนำว่า ลองแบบนี้ไหม พร้อมกับให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือกับทีมงานว่าเพราะเหตุใดต้องปรับ เชื่อเลยว่า คุณจะปลุกความครีเอทีฟให้กับทีมงานได้เป็นอย่างดี แถมได้ไอเดียแปลกใหม่ด้วยนะ

อ่านจบแล้วผู้เขียนไม่หวงนะคะ หัวหน้ามือใหม่หรือหัวหน้าที่ต้องการพัฒนาทีมงานลองนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปทำตามได้จ้า หรือจะแนะนำเพิ่มเติมกลยุทธ์ที่น่าสนใจบอกเล่าให้ผู้เขียนฟังก็ได้นะ ยินดีเสมอค่ะ

___

แหล่งข้อมูล: theladders.com
เรื่อง: Butter Cutter

Share :
Hilight