Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

“CRG 1312” แอปเดียวเบอร์เดียว ที่สั่งอาหารได้หลายร้าน ในเครือของ CENTRAL RESTAURANTS GROUP
New post : 13.มีนาคม.2019

ด้วยพฤติกรรมเรื่องอาหารการกิน ของคนสมัยนี้ที่เปลี่ยนไป ทำให้ภาคธุรกิจด้านอาหารต้องปรับตัวตามตลอดเวลา ล่าสุด CENTRAL RESTAURANTS GROUP หรือ CRG ทุ่มงบลงทุนเดินหน้าธุรกิจร้านอาหารกว่า 410,000 ล้านบาท เพื่อเอาใจผู้บริโภค และคาดว่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยจะขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในปีนี้ CRG ก็หวังจะเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงเน้นกลยุทธ์ Transform from Operator to Innovator เร่งขยายสาขาของผู้เล่นทุกค่ายและการเข้ามาเปิดร้านอาหารของผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย

เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรจาก CRG บ้าง ?

  • พัฒนาแบรนด์เดิมของตัวเอง ที่ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือ 11 แบรนด์ 

ได้แก่ มิสเตอร์ โดนัท, เคเอฟซี, อานตี้ แอนส์, เปปเปอร์ ลันช์, ชาบูตง, โคล สโตน ครีมเมอรี่, เดอะ เทอเรส, โยชิโนยะ, โอโตยะ, เทนยะ, คัตสึยะ โดยปรับคอนเซปต์ให้รู้สึกถึงความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น สร้างความตื่นเต้นดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลากหลายขึ้น ตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพอาหาร ความอร่อย ความหลากหลาย และบริการที่ดีเยี่ยม อีกทั้งยังคงพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย กลุ่มนักลงทุนใหม่ และกลุ่มผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทำธุรกิจร่วมกัน

  • พัฒนา new product line เพื่อสร้างยอดขาย และเพิ่มโอกาสการบริโภคใหม่ๆ โดยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ คือ แบรนด์อร่อยดี” (Aroi Dee) และสุกี้เฮาส์” (Suki House)

โดยพัฒนารูปแบบร้านค้าเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เช่น ร้านค้าขนาดเล็กสไตล์คาเฟ่และร้านสไตล์ Mobile unit ที่เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้นและเคลื่อนย้ายตามจุดทำเลที่มีศักยภาพได้ตลอดเวลา

ส่วน “อร่อยดี” เป็นร้านอาหารไทยตามสั่งที่ เน้นความสะอาด-สดจากเตา-เย็นสบาย-ในราคาที่เข้าถึงได้ มีสูตรเฉพาะโดยเชฟที่มากประสบการณ์ของ CRG  แต่ละเมนูราคาเริ่มต้น 59 บาท (แม้จะราคาสูงกว่าร้านสตรีทฟู้ดทั่วไป แต่เทียบกับมาตรฐานและห้องแอร์ ถือว่าเป็นช้อยส์ที่น่าใจ) โดยลูกค้าสามารถรับประทานที่ร้าน สั่งกลับบ้านหรือใช้บริการดีลิเวอรี่ได้ และตอนนี้ร้านอร่อยดีเปิดแล้ว 3 สาขาที่สีลมซอย 32, ปั้ม ปตท. สายไหม และ ไทวัสดุ บางนา ซึ่ง CRG มีแผนขยายอย่างน้อย 10 สาขาในปีนี้ โดยหวังให้ร้านอร่อยดี เป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถทานอาหารที่อร่อย สะอาด คุ้มค่า ได้ทุกวัน และมีแผนเปิดขายแฟรนไชส์ เพื่อเร่งเครื่องปูพรมสาขาภายในปีนี้ด้วย

อีกร้านคือ “สุกี้เฮาส์” เป็นแบรนด์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในตลาดร้านสุกี้ เน้นบรรยากาศความสนุกสนานให้กลุ่มลูกค้า เพื่อฉีกแนวการกินสุกี้แบบเดิมๆ โดยจะเปิดสาขาแรกในเดือนหน้า (เมษายน) ที่ Gateway at Bangsue ซึ่งทาง CRG  ก็มั่นใจว่าจะปลุกความตื่นเต้นให้ตลาดและกลุ่มลูกค้าที่นิยมอาหารแนวสุกี้ได้ 

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเปิดแบรนด์ใหม่อีกอย่างน้อย 2-3 แบรนด์ ทั้งรูปแบบการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) และการหาพาร์ทเนอร์รายย่อย เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างกิจการร้านอาหารแนวใหม่ๆ 

และไฮไลท์สำคัญในตลาดต่างประเทศ CRG ได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้าง “ฮับ” เจาะตลาดอาเซียน โดยเน้นการขยายเชนร้านอาหารเจาะกลุ่มตลาดกลางและตลาดแมส ภายใต้แบรนด์กลุ่มร้านอาหารไทยและเปิดขาย   แฟรนไชส์แบรนด์ที่มีศักยภาพ รวมถึงการ M&A กับแบรนด์ในประเทศนั้นๆ เพื่อเป็นรากฐานต่อยอดธุรกิจด้วย

  • รุกขยายบริการ Multi-brand Delivery เต็มรูปแบบ ด้วย “1312 สั่งครั้งเดียว อร่อยหลายร้าน

จัดส่งมื้ออร่อยให้ลูกค้าจากแบรนด์ร้านอาหารในเครือซีอาร์จีทั้ง 11 แบรนด์ ไม่ว่าจะสั่งอาหารจากกี่แบรนด์ในเคตรือ ก็สามารถโทรฯได้ด้วยเบอร์เดียว และไม่ว่าจะสั่งกี่แบรนด์ก็จ่ายค่าบริการจัดส่งเพียงครั้งเดียวเท่านั้นต่อการสั่งหนึ่งครั้ง(คิดค่าบริการตามระยะทาง) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การขายเหนือคู่แข่งในตลาด 

โดยจุดเด่นอีกอย่างคือ ในปีนี้ CRG จะขยายเข้าสู่ช่องทาง Omni Channel โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากร้านอาหาร ทั้งกลุ่ม CRG รวมถึงการจองร้านอาหาร และออเดอร์ต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น “CRG 1312” เช่น อาจจะสั่งผ่านแอปฯ แล้วค่อยไปรับอาหารที่ร้าน หรือจองที่นั่งไว้ก่อนที่จะเข้าไปกินในร้านตามเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เป็นต้น คาดว่าจะเปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ในวันที่ 25 เม.ย. นี้

ทั้งนี้ ฟอร์แมทใหม่ที่เรียกว่า Online Virtual Stores ยังรวมแบรนด์ร้านอาหารสไตล์สตรีทฟู้ดชื่อดังไว้มากมาย ซึ่งเป็นร้านที่มีไว้ส่งเดลิเวอรี่โดยเฉพาะ รวมถึง simple menu จะคัดเฉพาะที่เป็นซิกเนเจอร์เท่านั้น และทั้งหมดนี้ ทาง CRG ก็หวังว่าจะช่วยเพิ่มความหลากหลายและสร้างความแตกต่างในตลาด ด้วยบริการสั่งอาหารผ่านแอพลิเคชั่น

รวมถึงจุดแข็งในแง่การจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ระดับ Key Food Aggregator ทั้ง Grab Food, Line Man และ Food Panda เพื่อเจาะตลาดดีลิเวอรี่และเพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าทุกเซกเมนต์

Share :
Hilight

Advertising