Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

#LISTED : คุยกับ ‘ฟูจิ ฟูจิซากิ’ เจ้าของรายการ ‘ดูให้รู้’ กับการเป็น (โค้ช) เจ้าของธุรกิจในประเทศไทย
New post : 9.สิงหาคม.2019

ในแต่ละวันที่เราเลื่อนฟีตเฟซบุ๊ก มีหลายครั้งที่เห็นคนแชร์คลิปสั้น ๆ เกี่ยวกับแนวคิดในการใช้ชีวิต การเติมพลังความคิดในแง่บวก รวมถึงเทคนิคดี ๆ ของเหล่า money coach เราเชื่อว่าเรื่องราวที่ถูกส่งต่อล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นรอบด้านด้วยกันทั้งสิ้น

วันนี้ Big Money จึงอยากพาทุกคนมาพูดคุยกับ อาจารย์ฟูจิ ฟูจิซากิ อีกหนึ่งบุคคลที่มีหลายบทบาทในคนเดียว ทั้งพิธีกร เจ้าของรายการ ‘ดูให้รู้’ ออกอากาศทางช่อง Thai PBS นักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับโรงเรียนสอนภาษา บ้านพักคนชรา สมาคม สำนักพิมพ์กว่า 10 บริษัท เป็นอาจารย์ นักเขียน นักพูดสร้างแรงบรรดาลใจ และมันนี่โค้ช หรือที่คุณฟูจิให้คำจำกัดความของตัวเองว่าเป็น ‘นักสร้างเศรษฐี’ แนวคิดนี้มีที่มาจากอะไร เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐีที่ดีมีหลักการอย่างไร แล้วการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจหละ จำเป็นต้องอาศัยสิ่งไหน มาหาคำตอบพร้อมกัน !

จุดเริ่มต้นของแต่ละธุรกิจ

เหตุผลหนึ่งในนั้นมาจากผมต้องการการยอมรับ ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ ผมอยากดูเท่ในหมู่เพื่อนๆ ก็คิดว่าจะทำยังไงดี ในระหว่างที่เพื่อน ๆ เล่นสไลเดอร์ก็คิดว่าเราต้องวิ่งลงบันไดเลื่อน เพราะถ้าอยากเป็นฮีโร่ก็จำเป็นต้องทำอะไรที่แตกต่างกว่าคนอื่น แล้วคนรอบข้างก็เริ่มพูดถึงเราทั้งคำติบ้างได้รับคำชมเชยบ้าง เราได้รับความรัก ได้อยู่ในกลุ่มเพื่อน กลายเป็นเรามีตัวตน 

หลังจากนั้นผมก็เริ่มอยากทำต่อมาเรื่อย ๆ นั่นจึงกลายเป็นสิ่งใหม่ให้ผมได้ลองทำ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเราเองให้ผมได้เติบโต กลายเป็นว่ายิ่งทำยิ่งเลิกไม่ได้ นี่คือกระบวนการสู่ความสำเร็จ ที่ช่วยกระตุ้นและเป็นแรงผลักดันให้เกิดธุรกิจหลากหลายตามมา

ธุรกิจที่หลากหลาย มีสิ่งที่ได้มากกว่าเงิน

ผมเคยสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วประมาณ 500 กว่าคน ก็ได้รู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร ผิดกับคนที่สัมภาษณ์เพียงคนเดียว หรือไปสัมภาษณ์อย่างเดียวก็จะไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้ง แน่นอนว่าถ้ารู้แต่สอนไม่ได้ก็ลำบาก เหมือนกับคนที่ทำธุรกิจอย่างเดียวก็จะรู้แค่อย่างเดียว แต่ผมทำธุรกิจหลายอย่างอย่างตั้งใจ สร้างบริษัทมาคนละเครือกันเลย เพื่อให้รู้ว่าแพทเทิร์นแต่ละบริษัทเป็นยังไง เมื่อสร้างโรงเรียน สร้างบ้านพักคนชรา สำนักพิมพ์ รวมถึงสมาคม ผมได้เรียนรู้ว่าจะดูแลและบริหารยังไง พอทำบริษัทข้ามชาติผมได้รู้ว่าจะนำเข้า – ส่งออกยังไง

ทำไมจึงเลือกทำธุรกิจในไทย

เพราะ ‘ธุรกิจคือการแก้ปัญหา ดังนั้นปัญหาในประเทศไทยมีเยอะกว่าที่ญี่ปุ่นจึงมองเห็นโอกาสเยอะกว่า ทำให้เกิดธุรกิจได้มากกว่า อย่างการแก้ปัญหาโรงเรียนสอนภาษาเมื่อสมัยก่อน พอถึงช่วงเย็นก็เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว บางคนเลิกงานระหว่าง 6 โมงถึง 2 ทุ่ม ก็ไม่ได้เรียน สิ่งนี้ไม่มีใครแก้ปัญหาให้เขา แต่เมื่อผมเปิดโรงเรียนตอนเย็น หัวค่ำ หรือเช้าตรู่ สิ่งนี้เป็นตัวแก้ปัญหาให้คนที่อยากเรียนแต่เลิกงานช้า 

นอกจากนี้ ผมยังเอาเทคโนโลยีของญี่ปุ่นหรือจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พอคนยินดีเยอะ ก็จะมีคนรักเยอะ มีคุณค่าเยอะ เงินก็จะกลับมาหาเราเองแม้ไม่ได้ตั้งใจหาเงินแต่แรก

คุณฟูจิยังบอกอีกว่า จากประสบการณ์ที่ผมทำรายการมา 8 ปี รวมธุรกิจอื่นที่ทำมานาน ทุกอย่างไปได้ดีแสดงให้เห็นว่ามีตลาด และมีความต้องการของคนในแต่ละกลุ่มอยู่ โดยให้สังเกตว่าอะไรที่ขายดี นั่นคือคุณค่าของตลาด และตลาดต้องการเสมอ

ความยากของคนต่างชาติที่ทำธุรกิจในประเทศไทย

คนที่สำเร็จจะมองว่าไม่ยาก เขาจะมองว่าสิ่งเหล่านี้คือโอกาสที่ดีและความคุ้มค่าสำหรับสิ่งที่ตัวเองทำ ส่วนคนไม่สำเร็จจะมองว่ายาก สำหรับผมไม่มีคำว่ายากง่าย อยู่ที่มุมมองของคนครับ

แนวคิดของการเป็น  นักสร้างเศรษฐี

หากมีเงินก็จะมีโอกาส และสามารถเอาเงินไปช่วยคนอื่นได้ ความคิดนี้จึงทำให้ผมมีแผนว่าอยากจะสร้างคนให้เป็นเศรษฐี เพราะมีสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้มาก่อน เช่น คนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความลำบากทุกคน หรือเราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบเขาทุกอย่าง และทุกอย่างไปได้ดีได้โดยไม่ต้องผ่านความลำบากมาก่อน

พื้นฐานความคิดนำชีวิตสู่ความสำเร็จได้จริง ?

พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของคนเราอยู่ที่การพัฒนาความคิด สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งความคิดของคนส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ คนที่ไหลไปตามสิ่งแวดล้อม กับคนที่เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้ โดยความแตกต่างที่สังเกตได้จากคนสองกลุ่มนี้คือ…

คนที่ประสบความสำเร็จ: เป็นประเภทที่สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้ จะรู้ถึงสาเหตุของปัญหา แล้วนำมาพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น หรือเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เรียกว่าเอาสิ่งที่โดยกระตุ้นมาเป็นแรงผลักดัน 

ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ: คือคนที่โทษคนอื่น แม้แต่ในวันที่ประสบความสำเร็จแล้วก็มักจะบอกว่าความสำเร็จนั้นมาจากตัวเองคนเดียวทั้งสิ้น

“ผมรู้สึกว่าความสำเร็จของตัวเอง ไม่ได้มาจากตัวผมเองคนเดียว แต่เป็นเพราะคนที่อยู่รอบข้างทั้งหมด เช่นกันกับที่คนส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จเขาจะยกย่องคนอื่น”

อะไรคือสิ่งที่ทำให้มุ่งมั่นทำมาตลอด 

คงเป็นเพราะผมมีความต้องการของคน 6 อย่าง ( Six Human Needs ) ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงปลอดภัย การเปลี่ยนแปลง การเป็นคนสำคัญ ความรัก การเติบโต และเป็นผู้ให้ สิ่งเหล่านี้เกิดได้กับทุกคนเพราะหากความต้องการมีมากกว่า 3 ข้อ หรือครบทั้งหมด 6 ข้อ คุณก็จะทำจนสำเร็จ

คุณฟูจิรู้สึกยังไง เมื่อเห็นคนที่เราให้ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

แน่นอนก็ภูมิใจ เพราะคนที่ใส่ใจจริง ๆ จะทำได้หมดทุกคน อย่างบางคนไม่กล้า ไม่เก่งหลายอย่าง เขาก็พัฒนาขึ้น หรือในรายการ ‘ดูให้รู้’ มีคนดูแล้วประสบความสำเร็จ เพราะเขาสามารถหาปัญหาที่คนอื่นยังไม่แก้เจอ แล้วทำสิ่งใหม่ขึ้นมา และตัวผมเองก็มีไอเดียของธุรกิจอีกเยอะมากที่คนอื่นยังมองไม่เห็น เหล่านี้เอามาสร้างเป็นเงิน และช่วยคนจนกลายเป็นทำธุรกิจที่หลากหลาย และมีช่องทางขยายธุรกิจได้เยอะขึ้นคุณเป็นคนแบบไหน ?

คนมีหลายแบบนะครับ ถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างมัวคิดอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องลงมือทำ ซึ่งคุณเลือกเองได้ว่าจะเป็นคนที่อยากรวย อยากมีเก็บ แต่ทำไม่สำเร็จ หรือไม่ลงมือทำอะไรเลยเพราะติดเป็นนิสัย แม้ mindset จะมีโอกาสเปลี่ยนได้ ถ้าไม่ได้ฝังรากลึกขนาดนั้น แต่ถ้าใช้วิธีเดิมคุณก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ตัวอย่างเช่น คนที่อยากเก่งเปียโนแต่ใช้วิธีเดิม ไม่เคยฝึกเลยจะเก่งไหม สุดท้ายก็ไม่มีทางเล่นเป็นได้

อีกอย่างคือ หลายคนเชื่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่รัก แต่อย่าลืมว่าคนเหล่านั้นไม่ได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจากผลวิจัยระบุว่า ถ้าต้องการสำเร็จตามเป้าหมาย จงเชื่อคนที่ประสบความสำเร็จด้านนั้น

สังเกตเลยว่า… บริษัทที่เปิดมาแล้ว 10 ปี ภายในสิบปีนั้นมีโอกาสเจ๊ง 94% เหลือแค่ 6% ที่ประสบความสำเร็จ และนั่นคือคนกลุ่มน้อย คุณจะเชื่อคนกลุ่มน้อยหรือเสียงส่วนมาก หากคนส่วนน้อยเป็นกลุ่มที่มีความคิดแปลกออกไปแต่ประสบความสำเร็จ

2 สิ่งต้องห้าม หากอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ

1. อย่าเริ่มต้นความคิดว่าอยากได้เงิน หรือมาเพื่อทำเงิน แต่ให้เริ่มมองว่าอยากทำมาเพื่อแก้ปัญหาให้คนอื่น คอยดูว่าอะไรแก้ปัญหาคนได้

2. อย่าหางานที่มีคู่แข่งเยอะ อะไรที่มีมากเกินไปจะไม่มีมูลค่า และจะล้นตลาด
เช่น ข้าวที่ล้นตลาด แม้จะช่วยแก้ปัญหาโลกได้ แต่เมื่อคุณค่าน้อยก็จะได้การตอบรับที่น้อยตามทำธุรกิจอย่างไร ? ให้ประสบความสำเร็จ

  • ใช้หลักการ Market In ไม่ใช่ Product Out

ก่อนที่จะลงทุนผลิตอะไรออกไป ต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร เขาต้องการอะไร ถ้าเราแก้ปัญหาให้เขาได้ (Market In) เขาจะรักเรา ชอบเรา แล้วเขาจะยอมจ่ายเงินให้เรา

  • ถามตัวเองก่อนว่า ‘อยากทำธุรกิจเพื่ออะไร’ 

เพราะคนที่ทำธุรกิจต้องมีเป้าหมายที่แท้จริง เช่น ตอนนั้นผมเองทำธุรกิจ เพราะรู้สึกว่าฉันอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากผมสมัครงาน 40 ที่ ไม่มีใครรับเลย ผมจึงต้องทำธุรกิจ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง และที่สำคัญธุรกิจต้องแก้ปัญหาให้คนด้วย

  • มี need ที่ต้องการจริงๆ 

หา need ที่คนอื่นยังไม่ทำ พอเริ่มลงมือทำแล้วเราจะมีแพทเทิร์น เริ่มก้าวแรกจะยากและเหนื่อยหน่อย แต่พอก้าวต่อไปจะง่าย ยิ่งขยายสาขายิ่งเป็นเรื่องง่าย

  • ต้องมี Big Why 

Big แปลว่าใหญ่, Why แปลว่า ทำไม ดังนั้น Big Why ของคุณคืออะไร มีเหตุผลที่จะต้องรวย มีเหตุผลที่จะต้องทำให้ได้ จำเป็นต้องมีเป้าหมาย และทำตามเป้าหมายนั้น ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าหาคำตอบไม่ได้ก็ไปถึงเป้าหมายยากมาก

Share :
Hilight