Contact Us

Copyright 2017 bigmoneymag.com

All Rights Reserved

ความแตกต่างของการเล่นหุ้นของ “คนทำงาน” กับ “Full Time Investor” โดย นายแว่นลงทุน
New post : 10.กันยายน.2020

ความแตกต่างของการเล่นหุ้นของ “คนทำงาน” กับ “Full Time Investor” โดย นายแว่นลงทุน

สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดเกี่ยวกับการเป็น “นักลงทุนเต็มเวลา” หรือ Full time Investor คืออะไร ? ผมคิดว่าคงหนีไม่พ้นความคิดเหล่านี้ หรืออาจจะเป็นความคิดแบบนี้ เช่น
– มีเวลาว่างเหลือเฟือ
– ได้จิบกาแฟ เล่นหุ้น กดคีย์บอร์ดจิ้ม ๆ ซื้อ ๆ ขาย ๆ
– อยากไปเที่ยวไหนก็ได้
– ทำงานอยู่กับบ้าน ตื่นเวลาไหนก็ได้
– มีอิสระภาพด้านเวลา

และมีหลายความคิดเกี่ยวกับการเป็นนักลงทุนเต็มเวลา แต่ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร และมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือไม่ ? … และหากเรายังเป็นพนักงานประจำ แต่ลงทุนหุ้นไปด้วย มันแตกต่างจากการเป็นนักลงทุนเต็มเวลาอย่างไร ไปติดตามกันครับ


ประการแรก … “นักลงทุนเต็มเวลาต้องคิดถึงเรื่องการบริหารจัดการเงินอย่างจริงจัง”

ข้อเสียของนักลงทุนเต็มเวลาก็คือ ไม่มีเงินประจำทุกเดือน การที่ไม่มีเงินประจำทุก ๆ เดือน ทำให้เขาต้องคิดเรื่องบริหารจัดการ “สภาพคล่อง” หรือเงินที่ต้องใช้ทุก ๆ เดือนควบคู่ไปกับการลงทุนด้วย นั่นหมายความว่า เขาไม่สามารถใช้เงินลงทุนหุ้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องเผื่อเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
.
สำหรับการเป็นมนุษย์เงินเดือน อาจไม่ต้องกังวลเรื่องเงินที่ต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือน เพราะจะได้รับเงินเดือนแน่ ๆ นอน ๆ ทุก ๆ สิ้นเดือน และนี่คือข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือน ซึ่งสามารถมีเงินมาเติมพอร์ตได้อย่างไม่จำกัด


ประการที่สอง … “ความเครียดของการเป็นนักลงทุนเต็มเวลา”

หากคิดจะเป็นนักลงทุนเต็มเวลาจริง ๆ สิ่งที่เราต้องเผชิญก็คือ ความไม่แน่นอนของรายได้ในแต่ละเดือน คือ เราไม่มีทางรู้ว่า หุ้นที่เราซื้อจะขึ้นเมื่อไหร่ เวลาไหน มันอาจจะขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า หรืออาจจะขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดังนั้นการเป็นนักลงทุนเต็มเวลาต้องแบกรับความเครียดมากกว่า
.
สำหรับคนทำงานประจำ อาจจะเครียดจากงานประจำ แต่ถ้าไม่นับเรื่องความเครียดจากงานประจำ ความเครียดจากการลงทุนดูเหมือนจะน้อยกว่า เพราะหากเราไม่ลงทุนจัดหนักจนไม่มีเงินไว้ใช้จ่าย อย่างน้อยที่สุดสิ้นเดือนเราก็ยังมีเงินเดือน และนี่คือข้อดีอีกข้อของการเป็นนักลงทุนแบบทำงานประจำไปด้วยครับ

ประการที่สาม … “วิธีการลงทุนของพนักงานกินเงินเดือน กับนักลงทุนเต็มเวลา”

ในเรื่องของวิธีการลงทุน การเป็นพนักงานกินเงินเดือนที่ได้เงินประจำทุก ๆ เดือน สามารถลงทุนแบบ Passive หรือลงทุนเชิงรับได้ เช่น การซื้อหุ้นทุก ๆ เดือนด้วยเงินเท่า ๆ กัน หรือ DCA – Dollar cost average

 

ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ … สำหรับนักลงทุนเต็มเวลา ผมเข้าใจว่าต้องแบกรับความเครียดได้มากกว่านักลงทุนที่ทำงานประจำไปด้วย ข้อดีของงานประจำก็คือ มีเงินเดือนทุกเดือน และนั่นจะช่วยเฉลี่ยความเสี่ยงของเราได้ โดยบางครั้งเราก็ไม่ต้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็น วิธีการที่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานประจำ และลงทุนไปด้วย คือ การซื้อเฉลี่ยทุกเดือน หรือการทำ DCA กับหุ้นเติบโตนั่นเองครับ #นายแว่นลงทุน

Share :